Showing posts with label ญี่ปุ่น. Show all posts
Showing posts with label ญี่ปุ่น. Show all posts

Sunday, May 17, 2015

พาไปนั่งรถไฟแมวที่ญี่ปุ่น Tama Train น่ารักทั้งภายในภายนอกเลยละ

ขบวนรถไฟแมวทามะ (Tama Train) รถไฟหน้าตาแมวทามะ ขบวนสีขาว ด้านในตกแต่งได้น่ารักมาก มีห้องสมุดให้อ่านหนังสือ เก้าอี้ก็น่ารักน่านั่งมากเลยครับ ต่างจากรถไฟทั่วไปที่เราเคยเจอมา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครมาก็ต้องอยากจะนั่งรถไฟขบวนนี้กัน

จากสถานีรถไฟวะกะยะมะ (Wakayama) ถึง สถานีคิชิ (Tama station) ค่าตั๋วไปกลับ 650 เยน เด็กราคา 350 เยน ระยะทางเส้นทางสายนี้ 14.3 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30นาทีเท่านั้น

รถไฟสายนี้อยู่ที่ จังหวัดวะกะยะมะ ประเทศญี่ปุ่น

ดูในคลิปนะครับ พาขึ้นไปนั่งบนรถไฟเที่ยวกัน ที่สถานีรถไฟคิชิ แห่งนี้ยังมีขบวนรถไฟน่ารักอีกนะครับ เช่น ขบวนรถไฟสตอเบอรี่ ขบวนรถไฟของเล่น สำหรับขบวนนี้เป็นขบวนรถไฟทามะ ตกแต่งได้น่ารักทั้งข้างนอกและข้างใน


Thursday, April 30, 2015

ปริศนาถังน้ำบนหลังคาวัดญี่ปุ่น มันคืออะไร ที่วัดคองโกบุจิ เขาโคยะซัง

ไปเที่ยววัดเก่าแก่ของญี่ปุ่น ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์พื้นที่มรดกโลก เขาโคยะซัง (Koyasan) ซึ่งเต็มไปด้วย วัดมากมาย กว่า52 วัด และหนึ่งในวัดนั้น มีวัดคองโกบุจิ( Head Temple Kongobuji) ที่ถือว่าเก่าแก่และสำคัญมากวัดหนึ่งบนเขาโคยะซัง เป็นวัดหลักที่มีสาขามากกว่า 3,600สาขา อาคารทำด้วยไม้ทั้งหมด และที่สะดุดตาผมมากคือ มีถังน้ำไม้ใบใหญ่มากตั้งอยู่บนหลังคาวัดคองโกบุจิ

แล้วถังน้ำพวกนี้ตั้งอยู่ทำไมบนหลังคาวัด และยังมีตั้งหลายใบ แต่ดูไปมันก็สวยดีนะครับ เป็นถังไม้เสียด้วย หลายคนคงสงสัยเหมือนผม ...ไปหาคำตอบมาให้แล้วครับ


ภาพ วัดคองโกบุจิ( Head Temple Kongobuji) 


ถังน้ำบนหลังคาวัด


มีหลายจุดครับ ถังน้ำบนหลังคาวัด




ถังน้ำที่เราเห็นบนหลังคาวัดนั้น เขาเอาไว้ใช้ดับไฟ นั้นเอง ...เนื่องจากสมัยก่อน จะเกิดไฟไหม้บ่อย เนื่องจากวัดทำด้วยไม้ และอยู่ในเขาป่า เขาสูง เวลาเกิดฝนตก มักมีฟ้าผ่าลงมา บางทีก็มีไฟใหม้กันบ่อยๆ ทางวัดจึงทำจุดดับไฟไว้เลย บนหลังคาวัด ฝนตกก็รองรับน้ำด้านบนเก็บไว้ ถ้าฟ้าผ่าลงมาไฟไหม้ก็ปีนขึ้นไปเทน้ำดับไฟได้เลย ทางวัดจะมีจุดปีนขึ้น ส่วนบนหลังคาจะมีโซ่สำหรับไต่ขึ้นไปที่ถังน้ำด้วยครับ

จะเห็นรูปมังกรแกะสลักอยู่ที่หน้าจั่วหลังคาวัด ความเชื่อชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับมังกรนั้น มีความเกี่ยวข้องกับน้ำ และเชื่อว่ามังกรจะช่วยพิทักษ์รักษาด้วยน้ำให้พ้นจากไฟไหม้ด้วยจร้า 


เป็นอีกแนวคิด และวิถีของชาวญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เราได้เห็นจาก อาคารสถานที่เก่าแก่นะครับ เขาโคยะซังนี้ อายุครบ 1,200ปีในปี 2015 นี้พอดีครับ กำลังจะมีงานฉลองใหญ่

Tuesday, April 21, 2015

เก็บซากุระจากญี่ปุ่น มาฝากจร้า สวยหรือต่างกับนางพญาเสือโคร่งหรือเปล่า

ได้เห็นซากุระที่ญี่ปุ่น แบบเต็มต้นอย่างนี้แล้วก็อดคิดถึง ดอกนางพญาเสือโคร่งที่บ้านเราไม่ได้ วันนี้มาเที่ยวเมืองโคยะซัง ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกอายุ 1,200 ในปีนี้พอดี(2015) ก็เลยเก็บภาพดอกซากุระมาฝากกันจร้า

ถ้าถามว่า ต่างกันมั๊ย อันไหนสวยกว่ากัน ...ผมอาจจะเป็นคนไม่พิถีพิถันในรายละเอียดมากนัก ผมบอกได้เลยว่า มันสวยงามไม่ต่างกันเลย ไม่ว่าจะซากุระของญี่ปุ่น หรือ นางพญาเสือโคร่งของไทย เคยค้นดูข้อมูลสายพันธุ์จริงๆแล้วมันก็อยู่ในตระกูลเดียวกันนี้ละครับ เพียงแต่ของบ้านเราจะเป็นจะออกเป็นสายพันธุ์ภูเขา ขึ้นอยู่บนที่สูง อากาศหนาว จะออกดอกก็ต้องรอให้อากาศหนาว และแล้ง มันก็จะพลิดอกให้เห็น


ส่วนซากุระของญี่ปุ่น ตามสภาพอากาศแล้ว เขาจะบานในช่วงฤดูใบไม้พลิ ก็ราวช่วงนี้ละครับ เมษายน ของญี่ปุ่น คือ หมดอากาศหนาวจัด เริ่มเข้าสู่อากาศแบบเย็นสบายที่ราวๆ 10-20องศา ช่วงเวลานี้ก็จะเริ่มออกดอกกัน และเป็นสัญญาลักษ์ของการหมดฤดูหนาวซะด้วย เพราะบ้านเขาหนาวทีหนาวจัดกว่าเมืองไทยมาก

จะว่าไปมันก็ออกดอกในช่วงอุฌหภูมิใกล้ๆกันทีเดียว เพียงแต่ว่า ประเทศเรากับประเทศเขามีอากาศ สิบกว่าองศา กันคนละเดือน ของเราต้องหน้าหนาว ของเขาต้องฤดูใบไม้พลิ


ส่วนลักษณะดอกผมบอกเลยว่า ดูไม่ค่อยเป็นนัก ถ้าคิดว่าสายตาผมเป็นแบบคนทั่วๆไปที่ไม่ได้เรียนศึกษษด้านพันธุ์ซากุระมาโดยตรง ก็คงจะบอกว่า มันสวยไม่ต่างกันเลย แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะมีหลายแบบ หลายลักษณะมากๆครับ สำหรับซากุระ บางต้นกิ่งนี้โน้มแทบติดพื้นดิน บางพันธุ์ก็ชูกิ่งซะสูงเชียว มีทั้งสีขาว สีอมชมพู สีชมพู แยกเข้าไปอีก แต่พอมองที่ลักษณะดอกเหมือนกันมากทีเดียว เหมือนนางพญาเสือโคร่งด้วย



สรุปเลยว่า ผมชอบทั้งดอกนางพญาเสือโคร่ง และดอกซากุระ สวยเหมือนกัน ความรู้สึกที่ได้ชมไม่ต่างกัน




มาผิดสนามบิน ประสบการณ์รีบสุดชีวิต สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง

เป็นประสบการณ์ที่ขอบอกว่า ครั้งแรกเลยกับการจำผิดสนามบิน เดินทางก็บ่อย คราวนี้พลาดจนได้ ทั้งที่ มีกำหนดการทุกอย่างแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมต้องเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น กับสายการบินแอร์ไทยเอเชียเอ็กซ์ แล้วนัดกัน 13.00น.ที่เคาเตอร์เช็คอิน นัดเวลาเพื่อๆไว้ เพราะเครื่องออกบ่ายสามกว่าๆ




ไอ้เราก็กะว่าจะไปก่อนเวลานิดนึง เรียกรถแท็กซี่มารับ ดันไปแจ้งว่าจะไปแอร์พอร์ตลิงค์หัวหมาก ในใจคิดว่าต้องไปสุวรรณภูมิ ก็เลยพลาดเลย คราวนี้กว่าจะรู้ตัวถึงสนามบินเรียบร้อย ก่อนเวลาด้วย มาคิดได้ว่านัดกันที่เคาเตอร์แอร์เอเชีย ซึ่งไม่มีในสุวรรณภูมิ เพราะเขาอยู่ดอนเมืองนะซิ บ้าจริง

ทำงไละครับ คราวนี้ อีก ดูนาฬิกา อีกครึ่งชั่วโมง จะบ่ายโมงตามเวลานัดละ ไม่ทันแน่ เพราะมันไกลมาก

ตัดสินใจ นั่งรถไฟแอรืพอร์ตลิงค์กลับไปรามคำแหงแล้วต่อแท็กซี่ อย่างรีบเลยคับ  มาช้าตอนรอรถไฟสัก10นาทีได้

จากนั้นรีบโบกแท็กซี่ ขึ้นทางด่าน ตรงเอกมัย-รามอินทรา​ แล้วเข้ารามอินทรา ดีที่รถไม่ติดด้วย แล้วมาขึ้นด่านโทลเวย์อีกที

สรุปแล้ว นั่งรถไฟออกมา 30บาท ท่างด่วน 30บาท โทลเวย์ 30บาท ค่าแท็กซี่ 250บาท รวมความรีบครั้งนี้ 340บาท และใช้เวลาในการเดินทางมาดอนเมือง 40นาที ทันเวลา



ประสบการณ์ครั้งแรกกับการมาผิดสนามบิน ดีนะครับที่นัดเวลาเพื่อไว้ นี้ถ้านัดเวลาใกล้ๆ เคาร์เตอร์สายการบินปิดละยุ่งเลย