Showing posts with label แหล่งท่องเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label แหล่งท่องเที่ยว. Show all posts

Tuesday, March 8, 2016

กระเตงกลางทะเล อ่าวบางตะบูน

กระเตงกลางทะเล อ่าวบางตะบูน บริเวณนี้ เต็มไปด้วย บ้านพักหลังเล็กๆ สร้างอยู่บนพื้นน้ำทะเล ผ่านไปผ่านมาลองแวะเที่ยวชมกันได้ครับ จุดนี้จะเป็นบริเวณปากอ่าวพอดี มีสะพานข้ามแม่น้ำ สามารถถ่ายภาพจากมุมบนสะพานได้ แต่แนะนำให้จอดรถกันที่ตีนสะพานนะครับ จะมีที่จอดรถของวัด และพื้นที่สาธารณะ ที่สามรถชมวิว ปากแม่น้ำบางตะบูนได้

ปากแม่น้ำบางตะบูน จะเป็นจุดที่มีการทำฟาร์มหอยกันเยอะมาก นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือเพื่อเที่ยวชมได้ มีกระเตงตั้งอยู่บริเวณนี้จำนวนมาก กระเตงก็คือ บ้านพักกลางทะเลที่เขาทำขึ้นชั่วคราวแบบง่ายๆสำหรับการไปนอนเฝ้าฟาร์มหอยที่กลางทะเลนั้นเอง


หลังนี้ค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่เฉลียงรอบกระเตงด้วย


สถานที่ ปากแม่น้ำบางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

Sunday, May 17, 2015

พาไปนั่งรถไฟแมวที่ญี่ปุ่น Tama Train น่ารักทั้งภายในภายนอกเลยละ

ขบวนรถไฟแมวทามะ (Tama Train) รถไฟหน้าตาแมวทามะ ขบวนสีขาว ด้านในตกแต่งได้น่ารักมาก มีห้องสมุดให้อ่านหนังสือ เก้าอี้ก็น่ารักน่านั่งมากเลยครับ ต่างจากรถไฟทั่วไปที่เราเคยเจอมา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครมาก็ต้องอยากจะนั่งรถไฟขบวนนี้กัน

จากสถานีรถไฟวะกะยะมะ (Wakayama) ถึง สถานีคิชิ (Tama station) ค่าตั๋วไปกลับ 650 เยน เด็กราคา 350 เยน ระยะทางเส้นทางสายนี้ 14.3 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30นาทีเท่านั้น

รถไฟสายนี้อยู่ที่ จังหวัดวะกะยะมะ ประเทศญี่ปุ่น

ดูในคลิปนะครับ พาขึ้นไปนั่งบนรถไฟเที่ยวกัน ที่สถานีรถไฟคิชิ แห่งนี้ยังมีขบวนรถไฟน่ารักอีกนะครับ เช่น ขบวนรถไฟสตอเบอรี่ ขบวนรถไฟของเล่น สำหรับขบวนนี้เป็นขบวนรถไฟทามะ ตกแต่งได้น่ารักทั้งข้างนอกและข้างใน


Friday, April 17, 2015

สัตว์หิน 4ชนิดแห่งสามพันโบก ที่ต้องไปเยี่ยมชมให้ได้

ธรรมชาติบนลานหินริมน้ำโขง นั้นสวยงามขนาดไหน หลายคนไปเยือนมาแล้ว ยิ่งความงามของสามพันโบกด้วยแล้ว ดั่งต้องมนต์ กันเลยทีเดียว ด้วยภาพที่เห็นเป็นลานหินที่ถูกน้ำเซาะกักกร่อนมาหลายล้านปี จนกลายเป็นหินที่ที่มีพื้นผิว รูปทรง อันเป็นเอกลักษ์ ดั่งงานศิลปะชิ้นใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำโขง ไม่เพียงเท่านั้น รอบบริเวณ ยังปรากฏ หินรูปร่าง แปลกตาอีกมากมาย ที่ทำให้จินตนาการไปได้มากมาย


Fantastic four แห่งสามพันโบก


และจุดเด่นๆ ที่ไปเยือนสามพันโบก(3,000โบก)แล้ว ต้องไปเยี่ยมชมให้ได้ กับสัตว์หิน 4ชนิด ที่เมื่อคุณเห็นจะต้องอึ้งกับธรรมชาติสร้างสรรค์ในครั้งนี้

ภาพนี้ "หินจรเข้" เหมือนมีจรเข้กำลังผุดขึ้นจากบ่อน้ำ อย่างกับกำลังจัดฉากไว้ทีเดียว จุดนี้อยู่ตรง ลานหินสี ซึ่งอยู่ติดกับสามพันโบกนั้นละครับ ตำแหน่งGPS คือ 15.789257, 105.416885

ภาพนี้ "หินเต่า" ดูเอาครับเหมือนเต่าจริงๆละ อยู่ในพื้นที่ริมน้ำ ที่สามพันโบก ตำแหน่งGPS คือ 15.793596, 105.402122

ภาพนี้ "หินหัวหมา" สังเกตุหินที่เป็นหน้าผายืนออกมาทางขวามือของภาพ จุกนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพกันมาก ตำแหน่ง GPS คือ 15.793445, 105.402271

ภาพนี้ "หินมิคกี้เมาส์" ขอจัดไว้ในหมวด สัตว์หินด้วยก็แล้วกันนะครับ ก็มันเหมือน หนูมิคกี้เมาส์นี้นะ ตำแหน่ง GPS คือ 15.792805, 105.402364


ใครได้ไปเห็นมาครบกันแล้วบ้าง ยกมือหน่อย


Tuesday, April 14, 2015

ภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ในสิมอีสานวัดป่าแสงอรุณ ขอนแก่น

บางครั้งการเที่ยววัด ก็ทำให้เราได้เห็นความงามแบบนี้ ภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น ภายในสิมหรือโบสถ์วัดป่าแสงอรุณ เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจที่สะดุดตาไปกับการตกแต่ง ด้วยลายผ้าไหมมัดหมี่ เขาไม่ได้เอาผ้าไหมมาตกแต่งด้านในสิมนะครับ แต่ว่าเป็นการวาดในแบบจิตรกรรมฝาพนัง


เป็นเหมือนการอนุรักษณ์ลายผ้าโบราณ สวยและหายากไว้ให้คนรุ่นต่อๆไปได้มีโอกาสได้เห็นกัน ด้วยการวานเขียนสีจิตรกรรมฝาพนังภายในอุโบสถวัดหรือที่คนอีสานเรียกว่า สิม นั้นละครับ ลองเดินเข้าไปและสังเกตุที่บานหน้าต่าง จะเห็นว่ากรอบบานหน้าต่าง จะเป็นลวดลายผ้าไหม ที่มองปกติคิดว่าเป็นผ้าจริงเสียอีก เดินเข้าไปมองใกล้ถึงได้รู้ว่าเป็นภาพวาด และทุกลาย จะมีการเขียชื่อลายกำกับไว้ด้วยทุกลาย


ภาพ : สิมวัดป่าแสงอรุณ


ภาพ: ภายในสิมวัดป่าแสงอรุณ


ภาพ: ที่กรอบบานหน้าต่างจะเห็นลวดลายผ้าไหมมัดหมี่

ภาพ: ทุกลายจะมีชื่อกำกับ อันนี้ลาย หมี่โคมผสมดอกจับ





ภาพ: ตรงนี้มีป้ายบอกว่า เข้าชมสิมอีสานได้ เปิดเวลา 08.07น. ปิดเวลา 18.06 น. ทุกวัน เห็นเวลาเปิด-ปิดแล้วสะดุดตาอีกที่เวลามีเศษด้วยนะ


วัดป่าแสงอรุณ ตั้งอยู่ที่ ตำบลพระลับ ห่างจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ประมาณ 3 กิโลเมตร ตามเส้นทางขอนแก่น-กาฬสินธุ์

ตำแหน่ง GPS 16.425394, 102.885972

Monday, April 13, 2015

สะพานไม้แกดำ มหาสารคาม สะพานไม้บ้านทุ่งบรรยากาศตกหลุมรัก

สะพานไม้แกดำ เป็นสะพานไม้ที่ มีอายุเก่าแก่ มากกว่า 50ปี ยิ่งได้คุยกับชาวบ้าน ยิ่งมีความรู้สึกว่าสะพานไม้แห่งนี้ เก่าแก่จริงๆ หลายคนบอกเราว่าเกิดมาก็เห็นแล้ว นั้น...ยืนยันความเก่าแก่ แต่สำหรับผมแล้ว มันดูมีเสน่ห์มากว่าความเก่าแก่เสียอีก


ไปเที่ยวชมสะพานไม้สวยๆมาก็หลายที่ ในเมืองไทยที่ดังๆ ก็มีหลายแห่ง เช่น สะพานไม่อุตมาณุสรณ์ ที่กาญจนบุรี สะพานไม้ซูตองเป้ ที่แม่ฮ่องสอน เป็นต้น แต่สำหรับสะพานไม้ที่นี่ มีเสน่ห์ให้หลงรักกันเมื่อพบเจอครั้งแรกเลยละ

สะพานไม้แกดำเป็นสะพานไม้ที่มีความยาวประมาณ​1กิโลเมตร ไม่ใช่สะพานไม้ที่ตัดตรง แต่ดูจากสายตาก็จะเห็นว่า มันโค้งไปมาอยู่พอสมควร ความคลาสสิคอยู่ตรงที่ มันสร้างด้วยไม้ที่ดูจะไม่เป็นระเบียบแบบแผนสักเท่าไหร่ แต่ดูรวมๆมันสวยแบบงานศิลปะไปซะนี้ ยิ่งถูกว่าอยู่บนหนองน้ำใหญ่ ที่มีพืชน้ำขึ้นล้อมรอบอยู่หลายชนิด อย่างกับมีการจัดสวนไว้อย่างนั้น มีทั้ง บัว ดอกหญ้า และลมเย็นๆ พาให้สดชื่น ยิ่งช่วงเย็นๆ ด้วยแล้ว บรรยากาศดีมากๆ


สะพานไม้แกดำ สร้างเชื่อมระหว่าง บ้านแกดำ และบ้านหัวขัว ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ระยะทางของสะพานประมาณ 1กิโลเมตร ข้ามหนองน้ำแกดำ

ภาพของสะพานแกดำที่ มีความงดงามในแบบลูกทุ่ง สร้างง่ายๆแต่งดงามด้วยศิลปะ และธรรมชาติที่อยู่รายรอบ

ภาพ : เด็กๆลงเล่นน้ำบริเวณสะพานแกดำ


Sunday, April 12, 2015

ถนนสีชมพู ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรกำแพงแสนกำลังบานสวย





ดอกไม้ฤดูร้อนของไทยเราก็สวยงามไม่แพ้ชาติไหนในโลกนะครับ มีความสวยงามชนิดที่ว่า เห็นแล้วตะลึง แต่ไม่ใช่ว่าจะเห็นกันได้ง่ายๆ อย่างดอกไม้ในคลิปนี้ เป็นต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ซึ่ง1ปีจะบาน ออกดอกเป็นสีชมพูแบบนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น และถ้าจะให้สวยก็ต้องออกดอกทั้งต้น ทิ้งใบจนหมด ซึ่งหาชมลกษณะนี้ไม่ง่ายนัก แม้ว่า ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์จะปลูกกันโดยทั่วไป แต่เราก็ไม่เห็นแบบทิ้งใบหมดบ่อยนัก



แต่ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนนั้น จะบานสวยอย่างนี้ทุกปี และปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์กันยาวทั้งถนน ตลอดทางเป็นระยะทางประมาณ 1กิโลเมตร ...ถนนเส้นนี้คือเส้นตรงบริเวณหน้าโรงเรียนสาธิตเกษตรกำแพงแสน ครับ หลายคนให้ความเห็นว่า เหมือนฉากต้นถ่ายภาพใต้ต้นซากุระ บ้างก็ว่านี้ละซากุระเมืองไทย บ้างก็เรียกความงามนี้ว่า ถนนสีชมพู



ทุกปีเขาจะบานในช่วง กุมภาพันธ์ หรือมีนาคม แต่ปีนี้ มาบานสวยเอาช่วง เมษายน วันที่ผมไปถ่ายคลิปนี้คือวันที่9 เมษายน58 ครับ นั้นแปลว่า ต้องเช็คข่าวให้ดีว่าจะบานหรือยัง เพราะแต่ละปีดูเหมือนไม่ตรงกันซะทีเดียว ถ้าบานแล้วให้รีบไปดูเลยนะครับ เพราะมันจะอยู่ให้เราชมประมาณ 1สัปดาห์เท่านั้นนะครับ และถ้ามีฝนลงมาด้วย อาจจะจากไปเร็วกว่าที่คิด ก็เป็นได้





ใครชอบก็ไปชมกันได้นะครับ ไม่ทันปีนี้ก็ต้องรอกันอีกหนึ่งปีทีเดียว



บอยสะดุดตา

ดอกทานตะวันบาน ถนนเกษตร-นวมินทร์​ หลังสตรีวิทยา2





คลิปนี้ ผมไปถ่ายเมื่อวันที่9 เมษาน 2558 ที่ผ่านมา บอกตรงๆว่าแปลกใจที่มาเห็นแปลงดอกทานตะวันสวยๆแบบนี้กลางกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ริมถนนที่รถวิ่งกันพลุกพล่าน และยิ่งมาเห็นในเดือนเมษายน ที่เป็นฤดูร้อนด้วยแล้ว ยิ่งคิดว่าแปลกใจ นึกว่าเขาปลูกกันเฉพาช่วงหน้าหนาว



เพราะที่ผ่านมาจะได้ยินชื่อเสียงของการโปรโมทการท่องเที่ยว ถึงแปลงทานตะวันก็จะเป็นเขต สระบุรี ลพบุรี กันเสียเป็นส่วนใหญ่ งานนี้เลยถึงกับต้องจอดรถกันกระทันหัน เมือ่ได้เห็น แต่ไม่ต้องตกใจครับ ผมดูทางดีแล้วก่อนจอดรถ ว่าไม่ทำให้รถคันหลังตกใจเป็นแน่ ค่อยๆชิดซ้ายไปจอด



ตำแหน่งที่ตั้งของภาพในคลิปนี้ ก็อยู่บน ถนนเกษตร-นวมินทร์ หลังโรงเรียนสตรีวิทยา2 นั้นเอง ตรงนั้นเป็นป้ายรถเมล์ด้วย มีรถสาย 178 วิ่งผ่าน ใครผ่านเส้นทางนั้นในช่วงนี้คงได้เห็นกัน



นักท่องเที่ยวหลายคนมาถ่ายรูปวิวสวยๆกันบริเวณนี้ครับ วันที่ผมไปนี้ก็มีคนมาถ่ายรูปกันพอสมควร ใรชอบก็ไปเที่ยวกันนะครับ



บอยสะดุดตา

Wednesday, August 21, 2013

พัทยาดอลฟิน เวิร์ล ชมการแสดงโลมาที่พัทยา

พามาชมการแสดงโชว์ปลาโลมาที่พัทยาครับ มันอยู่แถวบางละมุงโน้นครับ เลยพัทยาใต้ไปอีกหลายกิโลทีเดียว แต่ไม่ได้ไกลมาก จากถนนใหญ่เข้าซอยไปหน่อยเดียวก็ถึง การแสดงปลาโลมาที่นี่ มีคนเข้าดูเยอะเลยล่ะครับ สำหรับรอบที่ผมมาดูแสดงว่าได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้เด็กๆเป็นอย่างมาก

นี้ล่ะครับบริเวณลานจอดรถของพัทยาดอลฟิน เวิร์ล มีรูปโลมาตั้งอยู่ด้านหน้า

ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา-เอกมัย มีอะไรดีใครๆก็ไป

เปิดมาได้สักพักแล้วล่ะครับกับตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา-เอกมัย ที่กระแสมาแรงจริงๆ เพียงวันแรกของการเปิดตลาดก้ทำให้รถติดยาวเยหยียด เป็นไปได้ยังไง ตลาดแห่งนี้ มีอะไรดีที่ไม่เหมือนตลาดนัดทั่วไป เราจะพาไปดู มีอะไรสุดตาน่าเที่ยวกันบ้าง

ตลาดนัดเลียบด่วนแห่งนี้ อยู่ในทำเลพื้นที่ ที่มีขนาดใหญ่มากครับ มาแล้วตะลึงใหนความใหญ่ รถติดจริงๆด้วยครับ มาแท็กซี่สะดวกกว่ามาก ไม่อยากหาที่จอดรถ

ในตลาดเขามีหลายแนว หลายโซน สะดุดตาที่สุดก็โซนด้านหน้าเลยล่ะครับ ที่มีร้านกึ่งผับเปิดให้บริการตั้งแต่เย็น ด้วยการตกแต่งร้าน ที่ดูน่านั่ง ดึงดูดไปสะทุกร้าน

ยังมีโซนตลาดนัดแนวเปิดท้ายอีกด้วย ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันแล้ว หลายแห่งบอกเปิดท้ายเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ เปิดท้าย แต่ที่นี่ ของมือสองสุดแนว เปิดท้ายแบบเอารถมาจอดกันเลย

หรืจะโซนกินดื่มหาอะไรกินแนวตลาดก็มีให้เลือกกิน กันหลายร้าน

สะดุดตามากครับตลาดนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ของถูกด้วย คงได้มาเดินกันบ่อยๆแล้วซิเนี่ย


บรรยากาศในตลาดยามเย็น 

ขายของกันทุกแนวล่ะครับตลาดนี้ ไม่แพงด้วย

ร้านน่านั่งหลายร้านอยู่ริมถนนหน้าตลาดเลียบด่วน

ร้านนี้นั่งบนถัง แนวมาก

บรรยากาศในแบบตลาดเปิดท้าย ของมือสอง

เขาเปิดเฉพาะเย็นวันอังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้นนะครับ ไปเที่ยวกันได้ตั้งแต่เย็น ยันตี2เลยล่ะครับ

แผนที่ การเดินทางจากเอกมัยมา ตลาดนัดเลียบด่วน
ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร
ตำแหน่ง GPS คือ 13.845919, 100.638418
จุด A คือ เอกมัย
จุด B คือ ตลาดนัดเลียบด่วน



เที่ยววัดบางกุ้ง เลี้ยงน้องกวาง น้องอูฐ น้องม้า น้องกระต่าย

พาไปเที่ยวใกล้ๆกรุงเทพฯกันบ้างครับ ที่วัดบางกุ้ง เดี๋ยวนี้ น่ารักมีสวนสัตว์ขนาดย่อม ทั้งกวางน้อย อูฐ กระต่าย นกกระจอกเทศ แพะ ม้า หรือแม้แต่ จระเข้ ก็มีด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปช่วยเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ได้ ใครสนใจ แวะไปเที่ยวได้ เขาเปิดให้ชมตลอดเวลาครับ

มีอาหารให้ซื้อเลี้ยงสัตว์ในราคา 5-20 บาท แล้วแต่ชนิดครับ

วัดบางกุ้งตั้งอยู่ที่ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ใกล้กับตลาดน้ำอัมพวา มาเที่ยววัดบางกุ้งเสร็จแล้วตกเย็นแวะไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวากันต่อได้ สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์

มีอูฐด้วยล่ะ 

บรรยากาศที่วัดบางกุ้ง บริเวณที่เลี้ยงสัตว์

กวางน้อย กับเด็กน้อย

น้องกวางกำลังกินหญ้า

ซื้ออาหารเลี้ยงกวางและอูฐได้จร้า

อูฐ ...เห็นมันกินตลอดเวลา

มีคอกม้าด้วยล่ะ ที่วัดบางกุ้ง

แผนที่ วัดบางกุ้ง
จุด A คือวัดบางกุ้งจุดที่เลี้ยงสัตว์



เดอะเวเนเซีย หัวหิน ล่องเรือกอนโดล่าที่เที่ยวอินเทรนด์

ใครไม่รู้จัก เดอะเวเนเซียหัวหิน ตอนนี้เข้าขั้นเฉย เราเลยต้องไปเที่ยวดูกับเขาบ้าง เห็นใครต่อใครเขาก้ไปเที่ยวกันตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ จุดเด่นที่ทำให้คนสนใจที่เวเนเซียหัวหินกันมากก็คงอยู่ที่ การจำลองเมืองคลองเวนิซ ในบรรยากาศแบบประเทศอิตาลี ตั้งไว้ที่นี่ ตอนนี้เขาเปิดให้เที่ยวแล้ว แถมยังเข้าฟรีอีกด้วย

สิ่งที่ดึงดูดตาอีกอย่างของ เดอะเวเนเซีย หัวหิน คือ การล่องเรือกอนโดล่า ของจริงไม่ต้องไปถึงเวนิซ อิตาลี

ราคาสำหรับการล่องเรือหนึ่งเที่ยว คือ ลำล่ะ 480 บาท ใช้เวลาประมาณ 20นาที 

ที่ด้านหน้าของเดอะเวเนเซียหัวหิน จำลองจัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark Square) และหอระฆัง (Bell Tower) สัญลักษณ์ของเมืองเวนิส 

มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ

คลองเวนิซ ที่เดอะเวเนเซีย หัวหิน

นั่งรถม้า 480 บาทต่อคัน/เที่ยว

แผนที่ไปเวเนเซีย จากกรุงเทพฯ
ระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร
จุด B คือ เดอะเวเนเซีย หัวหิน 
ที่อยู่ 1899 ถนนเพชรเกษม (ทรายใต้) ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 76120




Tuesday, August 20, 2013

แหล่งท่องที่ยวใหม่เขาค้อ น้ำตกวังตุ้ม

น้ำตกวังตุ้มตั้งอยู่กลางป่า เขาค้อที่บ้านดงหลง อ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ครับ น่าสนใจมาก มีความสวยและความสดระดับ ที่น่าตกตะลึก เพราะเมือ่เห็นครั้งแรก ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้ ความใหญ่ของมันก็ทำให้เราเวอร์ไพรซ์ด้วยครับ ตั้งอยู่ห่างไม่ไกลจากหมู่บ้านดงหลงนัก

ถือได้ว่า เป็นสถานที่เที่ยวน้องใหม่ที่ยังมีครนเข้าไปเที่ยวไม่มากนัก เพราะการเข้าถึงไม่ได้ง่าย ต้องใช้รถ 4x4 หรือ โพล์วิลเท่านั้น วิ่งผ่านหมู่บ้านดงหลง และผ่านไร่ข้าว ไร่ขิง ตามสันเขาสูงของเขาค้อ ถนนบางช่วงทั้งชันทั้งรก เพราะรถไม่ค่อยได้เข้ามาถนนก็เลยลำบากหน่อย ถ้าฝนตกนะลำบากมากคงเข้่มาเที่ยวไม่ได้

แต่วันที่เราไปแค่ครึ้มๆ ไม่ตก เข้าเที่ยวสบาย และน้ำตกนี้จะมีน้ำก็ช่วงหน้าฝนเท่านั้นครับ

การเดินทางเข้ามาเที่ยว แนะนำให้ติดต่อ ผู้ใหญ่บ้านดงหลง ซึ่งเขาจะมีทีมเจ้าหน้าที่ ในการพาเข้าชมเป็นทีมของ KhaoKho Explorer(เขาค้อ เอ็กซ์พลอเรอร์) ส่วนผมติอต่อทางทีม KhaoKho Explorer(เขาค้อ เอ็กซ์พลอเรอร์) โดยตรงเพื่อเข้ามาที่น้ำตกวังตุ้มแห่งนี้ โทร : 089-8949211 , 081-9852676

เมื่อถึงที่จอดรถเราต้องเดินกันอีกประมาณ 200 เมตรครับ ก็จะเจอน้ำตก วังตุ้ม


ที่เรียกว่าวังตุ้ม ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อน มันเป็นที่จับปลาของชาวบ้าน ซึ่งจะเอาเครื่องจับปลาที่เรียกว่า "ตุ้ม" มาวางดังปลาในบริเวณน้ำตกจำนวนมาก ก็เลยเป็นชื่อที่มาของชื่อน้ำตกวังตุ้ม

ภาพน้ำตกวังตุ้ม

มีกิจกรรมโรยตัวผาน้ำตก


ภาพทางเข้าสู่น้ำตกผ่านสันเขา และถนนลูกรัง

แผนที่ จุด Aคือน้ำตกวังตุ้ม



สนใจเข้าไปเที่ยวติดต่อ
KhaoKho Explorer(เขาค้อ เอ็กซ์พลอเรอร์)
โทร : 089-8949211 , 081-9852676


Tuesday, September 4, 2012

รอยพระบาทในหลวง หนึ่งเดียวในเมืองไทย ที่เชียงราย


รอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย เกิดขึ้นในสมัยที่เราทำสงครามกับคอมมิวนิสต์ 30ปีที่แล้ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหารหาญ

ในวันที่ 27 ก.พ. พ.ศ.2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปเยี่ยมเยียนเหล่าทหารหาญ และราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการดอยพญาพิภักดิ์ บนดอยยาว จ.เชียงราย ทรงพระกรุณาพระราชทานประทับ“รอยพระบาท”ของพระองค์ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ เพื่อเป็นดังขวัญกำลังใจแก่ทหารหาญ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ

ในปัจจุบันนี้รอยพระบาทบนปูนปลาสเตอร์นั้นได้ถูกนำมาเก็บไว้ที่ศาลารอยพระบาท ณ ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย

รอยพระบาทในหลวง

ภาพ : ในสมัยปี พ.ศ.2525 

วัดร่องขุ่น วัดขาวแสบตาระยิบร้อนผ่าว เดินผ่านนรกสู่สวรรค์


เพิ่งจะไปวัดร่องขุ่นมา ก็เป้นศิลปะที่มีความหมายแฝงปริศนาธรรมแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าจะลึกแค่ไหน ในการแปลความ ถ้าต้องคิดเอง โดยภาพที่มองเห็น คงจะแปลความได้มากมายเกิน แต่ถ้ามีป้ายบอกความหมายติดด้วยเดี๋ยวจะไม่งาม ขอลองเดานะ อย่าว่ากัน

เดินเข้าไปถ่ายรูปวัดร่องขุ่น จ. เชียงราย ...เดินไปถึงจะมีเจ้าหน้าที่วัด คอยดูแล ไม่ใช่ดูแลเรานะ ดูแลวัด ...ไม่ให้พิง ไม่ให้จับ ไม่ยืนนาน หรือไม่ให้ชมก็ไม่รู้ ...แต่ก็นะ ของเค้าทำมาอยากยากลำบากต้องดูแลอย่างดี

เหมือนปริศนาธรรม ...จะเดินเข้าถึงวัด เราจะต้องเดินผ่านนรก ...หรือไม่ก็เราอยู่ในนรก แล้วต้องยากลำบากไปสู่วัด แล้วที่ไม่ค่อยมีต้นไม้เพื่อให้ได้บรรยากาศนรกรอบวัด แล้วมีวัดเปรียบเป็นสวรรค์อยู่ตรงกลาง แสงสีขาวแดดจ้าแสบตา ...ทุกคนลงความเห็นว่าวันไหนแดดร้อน เหมือนนรกจริงๆ พยายามแปลความหมายทางศิลปะ ของวัดร่องขุ่น จ.เชียงราย ...ความหมายจริงๆคือ อะไรนะใครรู้บ้าง

เดินเข้าไปคนดูแลยังบอกเลยว่า ผมนั่งอยู่ใน "นรก" เมื่อถามคำถามไปว่า "ร้อนมั๊ยนั่งตรงนี้ทั้งวัน"

ส่วนภาพนี้ เดินผ่านรกเข้าวัด หรือบอกเป็นนัยเรื่อง ของส่วนบุญล่ะมั้ง ไม่ค่อยมีเวลาคิดนาน เจ้าหน้าทีพูดใส่เครื่องขยายเสียงบอกว่า ให้รีบเดินครับ พร้อมแล้วเดินเลยครับ ...แต่ว่าเรายังไม่พร้อม ...นี้คิดในใจนะ แต่ก็มีเสียงพุดมาเรื่อยๆ อ่ะ ก็ได้ เลยอาจจะมองผิดมองถูกไปบ้าง เพราะเขาแค่ให้เราเดินผ่านเองอ่ะ 

มีคนเดินถือร่มมาถ่ายรูป บนสะพาน
เจ้าหน้าที่พูดว่า หุบร่มด้วยครับ ...ยังไง งงงง การกางร่มถ่ายรูป มันลดความงามไปหรือยังไงนะ

  

Thursday, August 23, 2012

แดนไดโนเสาร์ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ค้นหาและค้นพบโลกดึกดำบรรพ์


ใครสนใจเรื่องไดโนเสาร์ ต้องมาที่นี่ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” เป็นสถานที่รวบรวม และจัดแสดงฟอสซิลที่ค้นพบ จากแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว และ ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ซึ่งมีมากถึง 7 ตัว (700 ชิ้น) และ ภายในยังมีนิทรรศการด้านธรณีวิทยา ที่จัดไว้ได้อย่างน่าสนใจมาก 

พูดถึงไดโนเสาร์แล้ว มันมีทั้งมุมน่ารัก น่าค้นหา ความลึกลับ และความน่ากลัวอยู่ด้วย เป็นที่ถูกใจของเหล่าบรรดาเด็กๆเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้ามีโอกาสมาเยี่ยมชมที่ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” แล้วล่ะก็ ไม่ผิดหวังแน่ เพราะเราจะได้เห็น ซากกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นใหญ่ ต่อเป็นรูปร่างไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริง ว่ามันตัวโตแค่ไหน เห็นแค่โครงสร้างมันก็ตื่นเต้นแล้ว เพิ่มจินตนาการให้เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเจ้าไดโนเสาร์มากกว่าการอ่านแค่ในหนังสือจริงๆ 

ที่พิิพิธภัณฑ์สิรินธร นี้ มีข้อห้ามอยู่หลายอย่างพอสมควร เช่น ห้ามถ่่่่ายวีดีโอ (แต่เราขออนุญาติเค้าเป็นกรณีพิเศษเพื่อเก็บภาพมาให้เพื่อนชม ไม่ได้แอบถ่ายนะครับ) ห้ามสวมแว่นตาดำ ห้ามใส่หมวก ห้ามตัวเปียกชื้น   

นอกจากในตัวพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็มีหลุ่มขุดค้นที่อยู่ด้านบนเขาด้วย ในจุดนี้เราจะได้เห็น พื้นที่จริงในการขุดค้นหาซากโครงกระดูกไดโนเสาร์ ว่าเขาทำกันอย่างไร และในช่วงที่ค้นพบนั้น ค้นพบอะไรกันบ้าง  สำหรับที่นี่แล้วเป็นที่ที่เด็กๆ และผู้ใหญ่หัวใจเด็กอย่างเราชอบมากเลย เห็นเด็กๆ หลายคน ไม่ยอมกลับ พ่อ แม่ ต้องมาอุ้มกลับไป  

วันที่เราเดินทางตรงกับวันแม่พอดี เลยเป็นการเที่ยววันแม่ตามใจลูกละกันเนอะ เห็นเด็กๆ ที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เค้าสนุกสนานกับการเปิดดูรูปไดโนเสาร์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทางพิพิธภัณฑ์ จัดเตรียมไว้หลายเครื่องก็สนุกไปด้วยเลย 

พิิพิธภัณฑ์สิรินธร 

พิิพิธภัณฑ์สิรินธร 

เด็กๆกำลังค้นหาไดโนเสาร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์

โครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พิิพิธภัณฑ์สิรินธร 

โครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พิิพิธภัณฑ์สิรินธร

โครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พิิพิธภัณฑ์สิรินธร


หลุมขุดค้นที่ พิิพิธภัณฑ์สิรินธร


สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
โทร. ๐๔๓-๘๗๑-๐๑๔, ๐๔๓-๘๗๑-๓๙๔ โทรสาร. ๐๔๓-๘๗๑-๐๑๔

ที่ตั้ง พิพิธภัณฑ์สิรินธร ตั้งอยู่ ณ ภูกุ้มข้าว  อ.สหัสขันธ์  จ.กาฬสินธุ์  
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. 


แผนที่พิิพิธภัณฑ์สิรินธร